โดจินStarting from Hogwarts expess และOnce upon a time in AZKABANของจิ้งจกเผือกและปลาคาร์ฟนั้น มีอาถรรพ์2ประการ...
อาถรรพ์ที่1...หลังจากที่ขายออกงานครั้งแรก งานต่อๆมาก็ยังขายได้ครั้งละ1เล่ม
อาถรรพ์ที่2...เกือบทุกครั้ง คนที่ขายจะเป็นไอ้รัย
สรุป มันขายเก่ง กรั่กๆ...
(แน่จริงขายให้มากกว่า1สิฟะ)
เพิ่งกลับจากงานImagine Gateมาด้วยสภาพท้องอืด เนื่องจากตาลายเห็นช้างเท่าหมู เข้าร้านเนื้อย่างสั่งมาอย่างละ2จานทั้งๆที่ไปกินกันแค่2คนกับไอ้คิน...
สภาพตอนกลับ ปวดท้องจนแทบกลับบ้านไม่ไหว...
เป็นงานโดจินที่ประทับใจอีกงานหนึ่ง บรรยากาศโดยรวมอบอุ่นดี ไม่มีคอสเพลย์เดินเกะกะเนื่องจากทั้งหมดแห่กันไปงานTAM และเป็นงานที่เหมาะสำหรับคนที่อยากเป็นนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพยิ่งนัก...
เพราะอะไร? เพราะได้มีการเชิญนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพจากหลายๆค่ายมาเล่าถึงประสบการณ์ในการเป็นนักเขียนการ์ตูนมา ซึ่งถ้าคนฟังไม่เป็นคนที่อีโก้สูงนัก การรับฟังเรื่องเหล่านี้มีประโยชน์มาก เหมือนกับคำพูดที่ว่า ประสบการณ์ของคนอื่นเป็นบทเรียนสำหรับชีวิตเรา...
เรียงตามลำดับความอาวุโสของอายุและประสบการณ์...
ตาโปน - นักเขียนการ์ตูนมือเก๋าซึ่งเคยผ่านสนามรบมามากมาย
กานดา หวังดี - นักเขียนการ์ตูนหญิงที่เคยพบช่วงเวลาที่นักเขียนการ์ตูนหญิงไม่มีที่จะไป
นักเขียนหลายๆคนจากอีคิวพลัส - กลุ่มคนซึ่งเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการการ์ตูนไทย
ภานุ ลือสาย และThe Duang - 2ในกลุ่มนักเขียนการ์ตูนคลื่นลูกใหม่ที่จะเปลี่ยนแนวคิดของการ์ตูนไทยให้ต่างจากเดิม
นอกจากนี้ ในงานยังมีขายKey Bookซึ่งภายในมีบทสัมภาษณ์ของ3บก.จากสยามฯ, ไทคอมิค และอีคิวพลัส อนิเมเตอร์2Dและ3D และกลุ่มนักสร้างเกมโปรเจค"วันพบฝัน ฉันและเธอ"...
ข้อคิดดีๆหลายอย่างสำหรับคนที่อยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูนที่ได้จากงานในวันนี้...
- ในการเสนองาน จุดสำคัญคือต้องเตรียมงานให้พร้อม และไม่ลืมนัดบก.ก่อนล่วงหน้า เพราะถ้าไม่นัด คุณมีสิทธิ์ที่จะโชคร้ายไม่เจอตัวบก. หรือไม่ทางนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะตอบปฏิเสธในการพบเจอคุณได้ เพราะสิ่งที่คุณทำนั้นไร้มารยาทมาก
- ละทิ้งอีโก้ไปเสีย และยอมรับฟังในสิ่งที่คนอื่นพูด ต้องคิดให้ดีว่า คุณเขียนงานเพื่ออะไร หากมีใครซักคนให้ข้อตำหนิแก่คุณ ควรหันกลับไปพิจารณางานอีกครั้ง เพราะไม่มีใครที่จะดีพร้อม และไม่มีงานอะไรที่สมบูรณ์แบบ การปฏิเสธความคิดคนอื่นเท่ากับคุณละทิ้งสิ่งที่จะพัฒนางานของคุณได้
- ความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลา ในการเขียนการ์ตูนซักเรื่อง ย่อมมีคนที่เฝ้ารองานของคุณอยู่เช่นกัน หากคุณเขียนบ้างไม่เขียนบ้างตามใจฉัน เขียนงานไม่ได้คุณภาพ หรือไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย เท่ากับคุณไม่มีความรับผิดชอบในการเป็นนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพอย่างแท้จริง
ตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์กานดา หวังดี ซึ่งเป็นนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพคนหนึ่งที่ได้ทำงานโดจินไปพร้อมๆกันด้วยบอกเอาไว้ว่า "บก.ไม่ได้ห้ามไม่ให้เขาเขียนโดจิน แต่เขาจะต้องมีความรับผิดชอบต่องานที่ทำด้วยเช่นกัน" ซึ่งถ้าเกิดเขาทำโดจินขาย แต่ไม่สามารถทำงานส่งตามกำหนดได้ มันก็ไม่ดี และเก็ได้บอกว่า จากตอนแรกที่ได้เขียนมา เขาได้ขอลดจำนวนหน้าที่จะลงหนังสือจนตอนนี้เหลือเพียง10กว่าหน้าแล้ว เนื่องจากไม่มีเวลาทำให้ทัน- -"
มีอยู่ครั้งหนึ่งได้ไปงานเปิดตัวหนังสือราชาแห่งราชัน คุณหลิวโหม่วซึ่งเป็นผู้แปลนิยายเรื่องนี้ ได้บอกว่า จริงๆแล้วเรื่องราชาแห่งราชันนี้ ไม่ได้ฮิตมากในไต้หวันเหมือนที่คนรอตามอ่านกันในเมืองไทยเพราะว่า คนเขียนนั้นเขียนได้ไม่ทันใจผู้อ่าน ซึ่งสำหรับคนในประเทศนั้นแล้ว เขาจะไม่รออ่านเรื่องที่เขียนโดยไม่มีกำหนดเวลา ออกช้า หรือเว้นช่วงในการออกนานเกินไป ซึ่งแตกต่างกับผู้อ่านนิยายในบ้านเรามาก
ดังนั้น ความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลาจึงมีความสำคัญ
ยังมีข้อคิดดีๆอื่นๆอีกมากมายจากการสัมภาษณ์นักเขียนการ์ตูนทุกคน และจากบทสัมภาษณ์บก.ในKey Book เพราะฉะนั้นคนที่พลาดงานนี้ นับว่าน่าเสียดายมากๆ...
*****
เมื่อวานนี้ปลาคาร์ฟได้อายุเลยอาถรรพ์25เรียบร้อย ตอนนี้26แล้ว...
(ส่วนทางนี้27)
อายุมากขึ้นมีงานมีการก็ไม่แปลกเท่าไหร่นัก แต่สภาพตอนนี้เหมือนมีอยู่2ร่าง ฝั่งหนึ่งเป็นคนทำงานปกติ ฝั่งหนึ่งเป็นโอตาคุบ้าการ์ตูน...
เหมือนเคยมีใครซักคนบอกว่า พอทำงานอื่นที่ไม่ใช่เรื่องนี้แล้วก็จะเริ่มถอยห่างจากวงการเรื่อยๆ ไม่ค่อยอยากเปิดเผยให้คนอื่นได้รู้อดีตบวมๆอย่างนี้...
จริงเหรอ?
ในงานวันนี้เผอิญได้พบพี่M(นามสมมติ) ซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดของสนพ.มีชื่อแห่งหนึ่ง ตอนพบ พี่เขาก็ประหลาดใจว่าเรามาทำอะไร ไอ้ฝ่ายนี้ก็อึ้งๆว่าจะตอบว่า เป็นโอตาคุมาขายหนังสือก็ใช่ที่ อิมเมจคนละไซส์กับปกติ...
แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า เป็นโอตาคุแล้วไง? สิ่งที่เราทำอยู่มันเป็นอะไรที่น่าอับอายเหรอ? การที่ทำหนังสือทำมือที่มีชื่อว่าโดจิน แล้วนำออกขายนี่ มันผิดศีลธรรมไหม? แล้วเราไม่มีความภาคภูมิใจในงานของเราหรือไง...
งานทุกอย่างล้วนแต่มีคุณค่าในตัวของตัวเอง ในเมื่อเราไม่ได้ไปทำผิด ก่อกรรมทำเข็ญให้คนอื่นเดือดร้อน เราก็ควรจะภูมิใจในสิ่งที่เราทำ...
และการที่เราไม่ได้ยึดสิ่งนี้เป็นอาชีพ ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่แบ่งแยกเราออกจากมัน...
ในขณะเดียวกัน เราจะมีทักษะอย่างอื่นเพิ่มขึ้น โดยที่เราไม่ได้อยู่แต่ในวงการแคบๆ คบแต่กลุ่มคนอยู่กลุ่มเดียวทั้งปีทั้งชาติ ซึ่งจะมีประโยชน์อะไรกัน เพราะเท่ากับเราไม่ได้ช่วยพัฒนาในสิ่งที่เราชื่นชมเลย...
ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า...การพัฒนาของการ์ตูนไทย ไม่ได้เกิดจากการหมุนเวียนของคนการ์ตูนอยู่แต่ในกลุ่มนั้น...
วันนี้...จึงยืดอกบอกกะเขาอย่างภาคภูมิใจว่า "มาขายหนังสือที่พิมพ์เอง"
(แต่เอ็งไม่ได้เขียนเองเลยว้อย ขายของคนอื่น)
เอาน่า...คงมีซักวัน ไม่แน่การพบปะในแต่ละครั้งของโลกที่ไม่เหมือนกัน อาจจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นก็เป็นได้...