Happy family...-:-HaPPy BeRRy-:-...

posted on 27 Jan 2008 21:49 by raya

 *หมายเหตุ บลอคนี้เขียนขึ้นเมื่อวันอาทิตย์แล้วเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาด ทำให้คิดว่าสูญเสียข้อมูลไปแล้ว เพิ่งมาค้นพบวันนี้ว่ามันยังอยู่*

วันนี้ไปมีตติ้งกิลด์แรคเก่ามา...แต่ทว่าเลิกเล่นไปแล้ว- -"...

สืบเนื่องมาจากหัวหน้ากิลด์-:-HaPPy BeRRy-:- ซึ่งเคยเป็นเพื่อนเก่ามาตั้งแต่สมัยเล่นแรค จนบัดนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ ได้แอบกระซิบมาว่าให้ไปมีตติ้งกัน โดยมีงบจัดเลี้ยงจากบริษัทเอเซียซอฟต์มาให้10,000บาท จัดอีเวนท์มีตติ้งของแต่ละกิลด์ขึ้น ซึ่งกิลด์-:-HaPPy BeRRy-:-โชคดีได้เป็นกิลด์แรกที่ได้รับรางวัลจากอีเวนท์ครั้งนี้...

งานมีตติ้งจัดขึ้นที่ร้านเดอะคร้ก(โปรดเน้นหนักๆตรงไม้โท) สยามซอย2 เป็นร้านอาหารไทยประเภทไทยอิสาน มีส้มตำขายอยู่กลางสยาม!!! และยังมีห้องคาราโอเกะอีกด้วย...

บรยากาศงานมีตติ้งน่ะรึ วะฮะฮ่าๆ ไม่มี ไม่ได้ถ่าย แต่โดยรวมสนุกมาก ก่อนไปยังเกรงใจจีเอ็มอยู่นิดๆ ไอ้เราก็เลิกเล่นแรคไปนานแล้วดันเข้าไปแจมของฟรีกันกับเขา ต้องขอบคุณลี่และบรรดาจีเอ็มมากจริงๆ สำหรับโอกาสกินฟรีและของขวัญในครั้งนี้...

ของที่ได้จากงาน - โมเดลครูเซดเดอร์สาว1ตัว ซึ่งรู้สึกจะราคาราวๆ500บาท และของขวัญที่จับฉลากได้ในงานเป็นของจีเอ็มมู๋ปูเป้(งงกะชื่อจีเอ็มจริงๆ) เป็นนาฬิการูปแองเจิ้ลลิ่ง

ส่วนตัวเองเอาอะไรไปจับฉลากน่ะเหรอ...

ซื้อสดๆก่อนเข้างานเพราะไม่รู้จะเอาไรไปจับดี...
ปลิง"นี่ถ้าคนที่จับได้เขามีแล้วล่ะฟะ"
ไอ้รัย"เอาน่า ถ้าเจ้าจับได้ก็แลกของขวัญกะปอนด์เอาละกัน ปอนด์ยังไม่เคยมีเล่มนี้"
- -"
ผู้โชคดีที่จับได้คือดช.ตั้ม รายนี้แอบมากระซิบหลังกลับจากงานมาว่า ขอบคุณ หนังสือดีมากๆ

เห็นมั้ย เลือกมาไม่ผิด...

ผลพลอยได้จากการมางานครั้งนี้คือ การ์ตูนตั้งใหญ่ๆ1กอง และหนังสือเล่มนี้...

เป็นเรื่องบังเอิญที่ว่า เคยมีหนังสือเล่มนี้เมื่อยังเด็ก และเมื่ออาทิตย์ก่อนก็เกิดรู้สึกคิดถึงและฝันถึงขึ้นมา ความตั้งใจแรกที่คิดเมื่อจะไปร้านหนังสือก็คือ จะต้องหาซื้อเล่มนี้ด้วยให้ได้...

มันเป็นเล่มสุดท้ายในร้านคิโนะฯ...

1วันกับงานโดจิน...

posted on 18 Nov 2007 19:21 by raya

โดจินStarting from Hogwarts expess และOnce upon a time in AZKABANของจิ้งจกเผือกและปลาคาร์ฟนั้น มีอาถรรพ์2ประการ...

อาถรรพ์ที่1...หลังจากที่ขายออกงานครั้งแรก งานต่อๆมาก็ยังขายได้ครั้งละ1เล่ม
อาถรรพ์ที่2...เกือบทุกครั้ง คนที่ขายจะเป็นไอ้รัย

สรุป มันขายเก่ง กรั่กๆ...
(แน่จริงขายให้มากกว่า1สิฟะ)

เพิ่งกลับจากงานImagine Gateมาด้วยสภาพท้องอืด เนื่องจากตาลายเห็นช้างเท่าหมู เข้าร้านเนื้อย่างสั่งมาอย่างละ2จานทั้งๆที่ไปกินกันแค่2คนกับไอ้คิน...

สภาพตอนกลับ ปวดท้องจนแทบกลับบ้านไม่ไหว...

เป็นงานโดจินที่ประทับใจอีกงานหนึ่ง บรรยากาศโดยรวมอบอุ่นดี ไม่มีคอสเพลย์เดินเกะกะเนื่องจากทั้งหมดแห่กันไปงานTAM และเป็นงานที่เหมาะสำหรับคนที่อยากเป็นนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพยิ่งนัก...

เพราะอะไร? เพราะได้มีการเชิญนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพจากหลายๆค่ายมาเล่าถึงประสบการณ์ในการเป็นนักเขียนการ์ตูนมา ซึ่งถ้าคนฟังไม่เป็นคนที่อีโก้สูงนัก การรับฟังเรื่องเหล่านี้มีประโยชน์มาก เหมือนกับคำพูดที่ว่า ประสบการณ์ของคนอื่นเป็นบทเรียนสำหรับชีวิตเรา...

เรียงตามลำดับความอาวุโสของอายุและประสบการณ์...
ตาโปน - นักเขียนการ์ตูนมือเก๋าซึ่งเคยผ่านสนามรบมามากมาย
กานดา หวังดี - นักเขียนการ์ตูนหญิงที่เคยพบช่วงเวลาที่นักเขียนการ์ตูนหญิงไม่มีที่จะไป
นักเขียนหลายๆคนจากอีคิวพลัส - กลุ่มคนซึ่งเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการการ์ตูนไทย
ภานุ ลือสาย และThe Duang - 2ในกลุ่มนักเขียนการ์ตูนคลื่นลูกใหม่ที่จะเปลี่ยนแนวคิดของการ์ตูนไทยให้ต่างจากเดิม

นอกจากนี้ ในงานยังมีขายKey Bookซึ่งภายในมีบทสัมภาษณ์ของ3บก.จากสยามฯ, ไทคอมิค และอีคิวพลัส อนิเมเตอร์2Dและ3D และกลุ่มนักสร้างเกมโปรเจค"วันพบฝัน ฉันและเธอ"...

ข้อคิดดีๆหลายอย่างสำหรับคนที่อยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูนที่ได้จากงานในวันนี้...
- ในการเสนองาน จุดสำคัญคือต้องเตรียมงานให้พร้อม และไม่ลืมนัดบก.ก่อนล่วงหน้า เพราะถ้าไม่นัด คุณมีสิทธิ์ที่จะโชคร้ายไม่เจอตัวบก. หรือไม่ทางนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะตอบปฏิเสธในการพบเจอคุณได้ เพราะสิ่งที่คุณทำนั้นไร้มารยาทมาก
- ละทิ้งอีโก้ไปเสีย และยอมรับฟังในสิ่งที่คนอื่นพูด ต้องคิดให้ดีว่า คุณเขียนงานเพื่ออะไร หากมีใครซักคนให้ข้อตำหนิแก่คุณ ควรหันกลับไปพิจารณางานอีกครั้ง เพราะไม่มีใครที่จะดีพร้อม และไม่มีงานอะไรที่สมบูรณ์แบบ การปฏิเสธความคิดคนอื่นเท่ากับคุณละทิ้งสิ่งที่จะพัฒนางานของคุณได้
- ความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลา ในการเขียนการ์ตูนซักเรื่อง ย่อมมีคนที่เฝ้ารองานของคุณอยู่เช่นกัน หากคุณเขียนบ้างไม่เขียนบ้างตามใจฉัน เขียนงานไม่ได้คุณภาพ หรือไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย เท่ากับคุณไม่มีความรับผิดชอบในการเป็นนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพอย่างแท้จริง
   ตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์กานดา หวังดี ซึ่งเป็นนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพคนหนึ่งที่ได้ทำงานโดจินไปพร้อมๆกันด้วยบอกเอาไว้ว่า "บก.ไม่ได้ห้ามไม่ให้เขาเขียนโดจิน แต่เขาจะต้องมีความรับผิดชอบต่องานที่ทำด้วยเช่นกัน" ซึ่งถ้าเกิดเขาทำโดจินขาย แต่ไม่สามารถทำงานส่งตามกำหนดได้ มันก็ไม่ดี และเก็ได้บอกว่า จากตอนแรกที่ได้เขียนมา เขาได้ขอลดจำนวนหน้าที่จะลงหนังสือจนตอนนี้เหลือเพียง10กว่าหน้าแล้ว เนื่องจากไม่มีเวลาทำให้ทัน- -"
   มีอยู่ครั้งหนึ่งได้ไปงานเปิดตัวหนังสือราชาแห่งราชัน คุณหลิวโหม่วซึ่งเป็นผู้แปลนิยายเรื่องนี้ ได้บอกว่า จริงๆแล้วเรื่องราชาแห่งราชันนี้ ไม่ได้ฮิตมากในไต้หวันเหมือนที่คนรอตามอ่านกันในเมืองไทยเพราะว่า คนเขียนนั้นเขียนได้ไม่ทันใจผู้อ่าน ซึ่งสำหรับคนในประเทศนั้นแล้ว เขาจะไม่รออ่านเรื่องที่เขียนโดยไม่มีกำหนดเวลา ออกช้า หรือเว้นช่วงในการออกนานเกินไป ซึ่งแตกต่างกับผู้อ่านนิยายในบ้านเรามาก
   ดังนั้น ความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลาจึงมีความสำคัญ

ยังมีข้อคิดดีๆอื่นๆอีกมากมายจากการสัมภาษณ์นักเขียนการ์ตูนทุกคน และจากบทสัมภาษณ์บก.ในKey Book เพราะฉะนั้นคนที่พลาดงานนี้ นับว่าน่าเสียดายมากๆ...

*****

เมื่อวานนี้ปลาคาร์ฟได้อายุเลยอาถรรพ์25เรียบร้อย ตอนนี้26แล้ว...
(ส่วนทางนี้27)

อายุมากขึ้นมีงานมีการก็ไม่แปลกเท่าไหร่นัก แต่สภาพตอนนี้เหมือนมีอยู่2ร่าง ฝั่งหนึ่งเป็นคนทำงานปกติ ฝั่งหนึ่งเป็นโอตาคุบ้าการ์ตูน...

เหมือนเคยมีใครซักคนบอกว่า พอทำงานอื่นที่ไม่ใช่เรื่องนี้แล้วก็จะเริ่มถอยห่างจากวงการเรื่อยๆ ไม่ค่อยอยากเปิดเผยให้คนอื่นได้รู้อดีตบวมๆอย่างนี้...

จริงเหรอ?

ในงานวันนี้เผอิญได้พบพี่M(นามสมมติ) ซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดของสนพ.มีชื่อแห่งหนึ่ง ตอนพบ พี่เขาก็ประหลาดใจว่าเรามาทำอะไร ไอ้ฝ่ายนี้ก็อึ้งๆว่าจะตอบว่า เป็นโอตาคุมาขายหนังสือก็ใช่ที่ อิมเมจคนละไซส์กับปกติ...

แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า เป็นโอตาคุแล้วไง? สิ่งที่เราทำอยู่มันเป็นอะไรที่น่าอับอายเหรอ? การที่ทำหนังสือทำมือที่มีชื่อว่าโดจิน แล้วนำออกขายนี่ มันผิดศีลธรรมไหม? แล้วเราไม่มีความภาคภูมิใจในงานของเราหรือไง...

งานทุกอย่างล้วนแต่มีคุณค่าในตัวของตัวเอง ในเมื่อเราไม่ได้ไปทำผิด ก่อกรรมทำเข็ญให้คนอื่นเดือดร้อน เราก็ควรจะภูมิใจในสิ่งที่เราทำ...

และการที่เราไม่ได้ยึดสิ่งนี้เป็นอาชีพ ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่แบ่งแยกเราออกจากมัน...

ในขณะเดียวกัน เราจะมีทักษะอย่างอื่นเพิ่มขึ้น โดยที่เราไม่ได้อยู่แต่ในวงการแคบๆ คบแต่กลุ่มคนอยู่กลุ่มเดียวทั้งปีทั้งชาติ ซึ่งจะมีประโยชน์อะไรกัน เพราะเท่ากับเราไม่ได้ช่วยพัฒนาในสิ่งที่เราชื่นชมเลย...

ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า...การพัฒนาของการ์ตูนไทย ไม่ได้เกิดจากการหมุนเวียนของคนการ์ตูนอยู่แต่ในกลุ่มนั้น...

วันนี้...จึงยืดอกบอกกะเขาอย่างภาคภูมิใจว่า "มาขายหนังสือที่พิมพ์เอง"
(แต่เอ็งไม่ได้เขียนเองเลยว้อย ขายของคนอื่น)

เอาน่า...คงมีซักวัน ไม่แน่การพบปะในแต่ละครั้งของโลกที่ไม่เหมือนกัน อาจจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นก็เป็นได้...

อัพกันร้างมั่งXD...

posted on 16 Nov 2007 09:59 by raya

จังหวะเหมาะหัวหน้าไม่อยู่ เบื่อๆอยากจะอู้งาน...

พอดีไปเจอจากบลอคแพนด้าน้อย เรื่อง20ประการของคนรัก ใครสนใจกดไปชมก่อนได้แล้วค่อยกลับมาอ่านบลอคกัน...

เปลี่ยนมาเป็นเรื่องของ"เพื่อน"แทนคนรัก เรามักจะคาดหวังให้เพื่อนเป็นอย่างที่เราต้องการ ไม่ทำในสิ่งที่เราต้องขัดเคืองใจ แต่ในสิ่งที่เราเคยทำนั้น เราเคยทำให้เขาขัดเคืองกันบ้างหรือเปล่า?

คำว่า"เพื่อน" ไม่ใช่หมายความว่าคนที่สามารถเข้าใจเราได้ทุกอย่าง ยอมรับทุกสิ่งที่เราทำ

แต่เป็นคนที่สามารถอยู่ร่วมกับเราได้ ร่วมช่วยแก้ไขสิ่งที่เราทำผิดพลาด และพร้อมที่จะเจ็บปวดเมื่อเราโกรธเคือง

ในบางเวลา ถึงแม้จะมีเรื่องราวให้ขัดแย้งกันบ้าง แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติ เพราะเพื่อนไม่ใช่ตัวเรา เราไม่ควรจะหวังให้เพื่อนคิดได้เหมือนเราทุกประการ

เพื่อน...คือคนที่จริงใจกับเรา ไม่คอยสปอยล์ แต่จะเป็นคนแรกสุดที่ต้องเผชิญกับนิสัยบ้าบอของเราที่คนอื่นอาจจะไม่ชอบ หากเป็นสิ่งร้ายแรงที่ต้องแก้ไข เพื่อนก็จะคอยตำหนิด้วยความเอาใจใส่

เพื่อน...คือคนที่มีอะไรบางอย่างเหมือนกับเรา ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีลักษณะนิสัยเหมือนเราทุกประการ แต่จะมีจุดๆหนึ่งที่ทำให้ยอมรับกันได้ นั่นแหล่ะคือเพื่อน

เพื่อน...คือคนที่ยอมรับซึ่งกันและกัน หากใครไม่สามารถที่จะยอมรับคนอื่นได้ ถึงจะคบคนมากมาย คนนั้นๆก็ยังคงขาดเพื่อน

เพื่อน...คือคนที่เราสามารถพูดคุยกันได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน ไม่ต้องแสดงมารยาททางสังคมให้เห็น แต่ก็ยังมีความเคารพซึ่งกันและกัน

สิ่งที่เรามักจะทำผิดพลาดที่สุดในการคบเพื่อน
- เมื่อเราทำผิด เราจะไม่ขอโทษด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องเพียงเล็กน้อย ทั้งที่จริงๆอาจจะไม่ใช่
- เรามักจะต้องการเพื่อนตลอดเวลาที่เรารู้สึกอ้างว้าง แต่เราอาจจะไม่รู้ว่าเมื่อใดที่เพื่อนรู้สึกอ้างว้างเช่นเดียวกัน
- ความสนิทสนมอาจทำให้เราเผลอข้ามเส้นแบ่งความเป็นส่วนตัว และก้าวร้าวต่อสิ่งที่อีกฝ่ายเชื่อมั่น

แต่ทุกอย่างที่กล่าวมา ไม่ใช่บรรทัดฐานของการคบเพื่อนของทุกคน บางข้ออาจจะเหมือนสิ่งที่เราปฏิบัติ บางข้ออาจจะไม่ใช่ หรืออาจจะไม่เหมือนเลยก็ตาม

แสดงให้เห็นว่า บางสิ่งบางบางอย่างไม่มีกฏตายตัวสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันในโลกกว้างใบนี้ กฏของเราไม่ใช่กฏของเขา

เพราะฉะนั้น หากจะมีบางอย่างที่ทำให้ต้องขัดแย้งกับเพื่อนไปบ้าง ก็คิดซะว่า เรากับเขามีบางอย่างที่คล้ายกัน ถึงจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเราผูกพันกัน

*แถมท้าย ตอนนี้คิดถึงเพื่อนหลายคนโคตรๆ อยากไปวิ่งชนกันอีกในงานโดจินจังเลย= []=*

edit @ 16 Nov 2007 10:24:41 by raya