ขออุทิศเรื่องนี้ให้กับเพื่อนคนหนึ่ง ที่เป็นผู้จุดประกายความคิดที่ปรากฏในเรื่องนี้...

-------------------------The way-------------------------

สวัสดี อลิส กำลังจะไปไหนเหรอ? เสียงยียวนราวกับแมวเซสเซียในดินแดนมหัศจรรย์ร้องเรียก
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง ซึ่งโผล่มาเพียงแค่แววตาสีมรกตในเงามืดของกิ่งไม้ใหญ่ที่บังอยู่
ชั้นไม่ได้ชื่ออลิส เธอตอบฉุนๆ แล้วก็เอ่อ ไม่รู้สิ ชั้นกำลังหาทาง
พูดยังไม่ทันจบ อีกฝ่ายก็ขัดขึ้นมา
ห๊า! เธอหลงทาง!!? ร่างบนต้นไม้ขึ้นเสียงสูง เธอหลงท๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงงง เสียงสะท้อนดังลั่นทั่วป่า
เด็กสาวยกมือขึ้นปิดหู
หยุดทำเสียงแบบนั้นได้มั้ย แล้วชั้นก็ไม่ได้หลงทาง แค่ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนเท่านั้น
แย่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อีกฝ่ายตอบกลับ กิ่งไม้ใหญ่ไหวไปมา เธอไม่รู้งั้นรึว่าตัวเองต้องการไปที่ไหน?
ถามเหมือนตั้งใจจะกวนตีน เธอคิดในใจ
รู้สิ ทำไมจะไม่รู้แต่
หือ~~~~~~~~ กิ่งไม้ไหวอีกครั้งสาดเอาใบไม้ร่วงลงมาเป็นกองใหญ่ พร้อมกับร่างบางๆกระโจนลงมาที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนแมวเลยซักนิด ดูอายุน่าจะอ่อนกว่าเธอไม่กี่ปี ผมสีเทาอ่อนยาวเคลียบ่า เสื้อกล้ามสีเดียวกันและกางเกงสีดำขาสั้นข้างยาวข้าง ดูราวกับเด็กหลุดโลกถ้าเดินไปทางไหนก็คงมีแต่คนมองตาม แต่อะไรละ อลิส
ตอนแรกชั้นจะไปทางนู้น เด็กสาวเลิกเถียงเรื่องชื่อของตัวเอง เรื่องทางที่จะไปนี่สิ สำคัญกว่า แต่พวกดอกไม้นั่น เธอชี้โบ้ยไปยังดอกไม้ที่ขึ้นอยู่บริเวณนั้น พวกเขาบอกว่า ไม่มีใครเขาไปทางนั้นกัน
อือออออออออออออ เด็กคนนั้นส่งเสียงในลำคอเป็นเชิงว่าฟังคำพูดของเธออยู่ แต่สายตากลับไล่ตามผีเสื้อตัวหนึ่งที่บินวนเวียนอยู่แถวนั้น
แล้วโอ๊คต้นนั้น เธอชี้ไปที่ต้นไม้อีกทาง ที่จริงเธอก็จำไม่ได้ว่าต้นไหน แต่เสียงมันมาจากทางแถวนั้น ก็บอกทางอีกทางนึง ทางที่ไปได้ง่ายกว่า
อือออออออออออออ
นี่! เธอจะฟังชั้นมั้ย!!! เด็กสาวร้อง ถ้าเธอรู้ทางก็บอกหน่อยสิ ว่าชั้นควรจะไปทางไหนดี
อ้าว ทั้งต้นโอ๊คทั้งดอกไม้ก็ช่วยเธอแล้วไง ทำไมเธอไม่ไปทางที่พวกเขาบอกล่ะ เด็กชายหรือหญิงก็ไม่รู้ พูดอย่างไม่ใส่ใจ
แต่ชั้นไม่อยากไปทางนั้น
แล้วทางที่เธอจะไปตั้งแต่ตอนแรกล่ะ ทำไมเธอไม่ไป เขาเล่นกับผีเสื้อที่เปลี่ยนใจจากดอกไม้มาหานิ้วเรียวยาว
ก็ทางนั้นไม่มีใครเขาไปกัน เป็นทางที่มีแต่ชั้นคิดคนเดียวว่าจะไป
ไม่ดีรึ เด่นดี อีกฝ่ายตอบกวนๆ
แต่ถ้าทางนั้นเป็นทางที่ผิดล่ะ มันอาจจะลำบาก อาจจะอันตราย ถึงได้ไม่มีใครไปทางนั้น
ถ้านั้นเธอจะไปไหนได้ หากว่าเธอยังคงเอาแต่กลัว บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไป ทั้งน้ำเสียงและท่าทางที่พูด ราวกับไม่ใช่เด็กกวนโอ๊ยคนเดิมที่คุยอยู่ด้วย
ชั้นไม่รู้
ทางที่เธออยากจะไป ใช่ว่าจะมีเธอคนเดียวที่เลือก แต่คนส่วนใหญ่ที่กำลังเลือกทางเดินก็เคยหลงทางเช่นเดียวกัน และก็เลือกทางอื่นไป แต่ทางที่เขาเลือกก็ไม่ใช่ทางที่ผิด และทางของเธอก็ไม่ใช่ทางที่ผิดเช่นเดียวกัน อีกฝ่ายเริ่มก้าวเดินไปตามแนวมืดของต้นไม้
แล้วทางไหนล่ะ คือทางที่ถูก เด็กสาวทำท่าจะวิ่งตามไป ถ้าชั้นตามเธอไป ชั้นจะไปถึงที่ๆชั้นต้องการมั้ย เธอชะงักเมื่อเห็นร่างที่นำหน้าลับหายไป
ทุกทางคือทางที่ถูก เสียงของเด็กประหลาดดังขึ้น ไม่มีทางไหนผิดเสมอไป และไม่มีทางไหนถูกต้องตลอด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ
เหลือเพียงเด็กสาวยืนอยู่ท่ามกลางต้นไม้และดอกไม้ที่ยังคงกระซิบบอกทางอย่างหวังดี แต่เธอเริ่มมองไปยังทางสายแรกที่เธอเลือกอีกครั้ง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอเดินไปตามทางนั้น
เด็กสาวยืดตัวขึ้นตรง สูดลมหายใจเข้าแล้วเดินออกจากป่าไปตามทาง

-------------------------The end-------------------------

บทสรุปท้ายเรื่อง...

บางครั้ง... เมื่อเราได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง หรือยังไม่ได้ตัดสินใจ มักจะถูกความคิดของผู้อื่นทำให้เขวไปจากทางที่เราคิดจะเดินไปแต่แรก...

แต่พวกเขาก็มิได้จะนำเราไปสู่ทางแห่งหายนะ เพียงแต่เขาได้แนะนำทางที่ดีกว่า ที่เขาเชื่อว่าดีสำหรับเรา แต่บางทีก็ไม่ใช่ทั้งหมด...

เรายังคงกล้าหาญพอหรือไม่ ที่จะดึงดันไปตามทางที่มีแต่ผู้คัดค้านด้วยความหวังดี ทางที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่า เส้นทางข้างหน้าจะมีอะไรรออยู่บ้าง หรือจะยอมเหลือเพียงแค่เดินออกนอกทางที่ต้องการ เพื่อไปอยู่ในจุดที่ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้ ดีกว่าที่จะลังเลอยู่เรื่อยไป...

ไม่มีใครรู้...

ในเวลานี้ผมเองก็ยังคงหลงทางเหมือนกับตัวเอกในเรื่องนี้ ถึงแม้จะมองเห็นทางที่ต้องการจะไป แต่ก็ยังคงกลัวที่จะเดิน...

บันทึกผู้เขียน...

ฟิคชั่นเรื่องนี้ เป็นหนึ่งในชุดฟิคOne day story ความหมายของชื่อชุดคือ คิดโครงเรื่องภายในวันเดียว เขียนภายในวันเดียว...

การเขียนฟิคชุดนี้ เขียนโดยใช้ความคิดที่จุดๆหนึ่ง นำมาขยายออกไปเรื่อยๆ จนได้เรื่องราวที่อยู่ภายใต้ความคิดนั้นๆ เรียกได้ว่า เป็นเรื่องที่มีความคิดเป็นทีมหลัก มิใช่ตัวเอก...

จนถึงบัดนี้ ได้เขียนเรื่องในชุดนี้ออกมาในประมาณ8เรื่อง เรื่องสั้น4 นิทาน2 Side storyของตัวละครประกอบในเรื่องของคนอื่นอีก2...

เป็นที่น่าเสียดายว่า2ใน4ของเรื่องสั้นนั้น ได้ทำทั้งตัวก็อปปี้ในโปรแกรมเวิร์ดและตัวต้นฉบับจริงที่เขียนโครงเอาไว้สูญหายไปแล้ว...

/me ขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาเข้ามาอ่านจนจบ และยินดีรับคำวิจารณ์นะคร๊าบ^^...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เป็นแนวความคิดที่ดีมากเลยครับ สำหรับเรื่อง One day story น่าสนใจมากครับ

ผมยังไม่ได้อ่านนะครับแต่ว่า เมื่ออ่านจบแล้วจะมา คอมเมนต์อีกทีครับ

#1 By hagy on 2005-04-19 17:49

ตอนนี้One day storyที่โพสต์ในเน็ตมันสูญหายไปกะบอร์ดรร.แล้วล่ะครับ ฮากี้ เหลือแต่ส่วนที่อยู่ในแผ่นดิสก์เท่านั้น...
เรื่องที่เป็นSide story2เรื่องนั้นก็คือ แฟนฟิคตัวละคร เลวีและคินจากเรื่องPararell Plusเองครับ ที่โดนจัดอยู่ในฟิคชุดนี้ก็เพราะว่าเป็นเรื่องที่ใช้เวลาเขียนวันเดียวเช่นเดียวกัน...
ขอให้อ่านให้สนุกนะครับ...

#2 By raya on 2005-04-19 18:00

ระยะเวลาในช่วงนี้ของผมก็ มีเรื่องต้องให้ตัดสินใจหลายเรื่อง เหมือนกับตัวละครเลยครับ หรือว่าอันที่จริงแล้ว ชีวิตของเราต้องตัดสินใจอยู่เสมอ


คุณรัยเก่งมากครับที่สามารถคิดเรื่องแล้วเขียนภายในวันเดียวได้

อ่านแล้วใช้ได้ครับ ผมมั่นใจว่างานวรรณกรรมคืองานศิลป์ครับ คือมันไม่มีถูกไม่มีผิด

การที่งานเขียนได้รับความนิยมก็คืองานเขียนนั้นถูกใจถูกรสหลายคน ส่วนงานเขียนที่ไม่มีคนอ่านเช่นกวีหรือปรัชญานั้นอาจถูกใจคนบางกลุ่มแต่ก็ไม่ได้มีเส้นหรือกฎใดมาแบ่งว่าอ่านอย่างไหนแล้วดีกว่าหรือเลวกว่ากัน

ขอบคุณมากครับคุณรัย

#3 By hagy on 2005-04-19 22:37

ชอบฟิคแบบนี้มากๆเลยนะ สั้นๆอ่านง่ายมีแนวคิด
ใจจริงอยากวาดภาพประกอบหนังสือแบบนี้จัง

#4 By lylac on 2005-04-23 22:04

วาดสิ เล้ง ยินดียกให้วาดเลย เอ้า! ...

#5 By raya on 2005-04-24 14:45