ปล. เอนทรี่นี้ ลูกเล่นสีจัดจ้านเยอะไปหน่อย ขออภัย...

ปล.2 ผู้ปกครองหรือคนใกล้ตัวโปรดใช้วิจารณาก่อนให้คนของท่านอ่านข้อความต่อไปนี้...

.

.

.

.

.

เคยนึกถึงโลกที่มีแค่อดัมกับอีฟบ้างไหม?...

มนุษย์เพียง2คนในสวนอีเดนก่อนที่จะสร้างลูกตามมายั๊วเยี๊ย...

นึกๆไปแล้ว ถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริง มนุษย์ทุกคนในโลกก็มีเชื้อสายเดียวกัน...

อ่าว ชักนอกเรื่องแล้วแฮะ...

.

.

.

แต่ก่อนเคยมีปัญหาคุยกันกับเพื่อนเรื่อง"ความรัก"

การที่รักเป็นสิ่งดี และการได้รักก็เป็นสิ่งดี

แต่ถ้าหากอยากได้รักทั้งหมดล่ะ จะทำอย่างไรดี?

คนที่เรารัก ถึงแม้ว่าเขาจะรักเรา ก็ย่อมมีคนอื่นที่เขารักด้วย

จะพ่อแม่พี่น้องหรืออะไรก็ตาม นั่นคือ เขาไม่ใช่ของเราคนเดียว

"ต้องทิ้งทุกอย่างไปเพื่อเราคนเดียว นั่นแหล่ะที่ต้องการ"

ผมได้ยินเช่นนั้น แล้วก็ต้องสั่นหัว

มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อโลกเราไม่ได้มีเพียงแค่อดัมกับอีฟ

ในมุมมองของความรัก ถ้าเรามีใครซักคน โลกรอบตัวก็เหมือนจะมีกันแค่2คน

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย

ชีวิตคนเราผูกพันด้วยคนหลายๆคน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นของเรา และเราไม่ใช่ของๆเขา

แต่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา เหมือนอย่างที่เราเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา และส่วนหนึ่งของโลกใบนี้

อาจมีบางคนที่เมื่อเวลาผ่านไป ก็อาจเลือนหายไปจากความทรงจำของเราได้

ทั้งๆที่เคยมีเรื่องราวกันมากมาย แต่ก็จะจางหายไป

นั่นเป็นเพราะเขาไม่ใช่ของๆเรา

ในความเป็นจริงแล้ว มีสิ่งใดบ้างที่เรียกได้ว่า เป็นของเราจริงแท้100%

อาจจะเป็นร่างกาย เป็นความทรงจำ

แต่คงไม่ใช่ ผู้คน หรือสิ่งของเป็นแน่

สิ่งของบางอย่างที่เรารักมาก ก็ไม่สามารถอยู่ด้วยได้ตลอดไป

ผู้คนมากมาย เดินผ่านเข้ามาในชีวิตเรา

ถึงจะอยู่ด้วยนานนับสิบปี แต่แล้วเขาก็จะจากไป

เป็น"ของเรา"แค่ชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็สูญเสีย

เหลือแต่สิ่งที่เรียกว่า"รัก"

ความรักไม่ใช่ว่ามีแบบเดียวเสมอไป

คนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคนสำคัญ พ่อแม่ พี่น้อง หรือเพื่อนๆ

ทุกอย่างก็คือรัก

เพียงแต่เราจะรักอย่างไรให้พอดี ไม่ยึดอีกฝ่ายมาเป็นของเรา

หากเรารักพ่อแม่มากเกินไป เราก็จะรู้สึกหวง ไม่อยากให้พี่หรือน้องมาแบ่งความรักไป

เรารักเพื่อนเราติดเพื่อน เราไม่อยากให้เขาชอบเพื่อนคนอื่นมากกว่าเรา

เรารักแฟน ไม่อยากให้เขาเห็นใครอื่นสำคัญมากกว่าเรา แม้กระทั่งครอบครัวของเขาก็ตาม

ใครๆเขาก็ว่า"ความรักไม่มีเหตุผล" ...แต่ก็ใช่ว่าจะต้องใช้แต่อารมณ์

เพราะเมื่อถ้าคนที่รักทั้งสองฝ่ายใช้แต่อารมณ์ ก็จะเริ่มคิดว่าทำไมอีกฝ่ายไม่มี"เหตุผล"

เมื่อเราเจ็บ เราก็จะรู้สึกว่าทั้งโลกมีแต่เราที่เจ็บ จนลืมนึกไปว่า เขาก็คงจะเจ็บเหมือนเรา

เมื่อเราร้องไห้ น้ำตาจะทำให้สายตาพร่าเลือน ไม่รู้หรอกว่ามีใครบ้าง ที่กำลังร้องไห้อยู่ด้วย

เมื่อเราโกรธ เราจะลืมสิ่งที่เราเกลียด และทำสิ่งนั้นต่อคนอื่นเสียเอง

อารมณ์ทำให้เราลืมเหตุผล

และเมื่อผมคุยเรื่องนี้กับเพื่อนคนนั้นทีไร ผมก็จะลืมเหตุผลทุกที

ภายหลังจากที่เจ็บและโกรธ ก็จะรู้สึกอยากซัดตัวเองซักที เพราะว่าเผลอใช้อารมณ์อีกแล้ว

ไม่มีคำตอบหรอก ว่าความคิดใครถูก เพราะต่างคนต่างคิดจากมุมมองของตัวเอง

ด้วยทิฐิ จึงทำให้ไม่สามารถยอมรับความคิดของอีกฝ่ายได้

แต่การที่ฟังความคิดของผู้อื่น ก็ใช่ว่าจะต้องทำตามเช่นนั้น

หากเอาแต่วู่วาม ตะบึงตะบันจะเอาอย่างที่ตนเองอยากให้เป็น อย่างที่ตนเองคิด

ก็จะเสียหายด้วยกันทั้งสองฝ่าย

มาถึงวันนี้ ผมใช้อารมณ์น้อยลง รับความคิดของเพื่อนคนนั้นมากขึ้น

แล้วไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า ว่าความคิดเพื่อนคนนั้นเริ่มเปลี่ยนไป

แต่ผมก็ยังไม่เคยได้ถาม

ว่า โลกนี้ยังมีเพียงแค่อดัมกับอีฟอยู่หรือเปล่า?

แต่ตอนนี้ก็ไม่ต้องวางโทรศัพท์ลงด้วยความเหนื่อยใจอีกแล้ว

.

.

.

กลับมาพูดถึงอดัมกับอีฟกันอีกนิด...

คิดว่าทั้ง2คนนั้นจะอยู่สุขสบายมั้ยในโลกที่มีอยู่กันเพียงคู่เดียว...

อีฟก็ไม่มีแม่ผัวตัวร้ายมาคอยตามจ้ำจี้จ้ำไช...

อดัมก็ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าอีฟจะเป็นชู้กับคนข้างบ้าน...

คิดว่าไงล่ะ?...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเรา
แม้แต่ร่างกายก็ยังต้องยืมธรรมชาติมาใช้ ตายไปก็ต้องคืน
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นเลย

#1 By ม่อน on 2006-09-08 16:06

อืม โลกนี้ ไม่มีอะไรเป็นของเราจริงๆนะ

เค้าถึงบอกว่า ถ้าไม่อยากมีทุกข์ ต้องรู้จักปล่อยวางง่ะ



... ถ้า อดัม กับ อีฟ อยู่กันแค่ สองคน จริงๆ เราว่านะ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร และคงอยู่อย่างนั้นจนตายอ่ะ ตราบเท่าที่ ทั้งคู่ไม่รู้อะไรเลยอ่ะนะ แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นไง พอกินผลปัญญา ปัญหาเลยเกิด

เตลิดไปไหนแล้วนี่เรา...